 |
| |
|
|
|
คุณทราบหรือไม่ว่า
Cord Blood (เลือดในสายสะดือ) ของทารกแรกเกิดนั้นประกอบไปด้วย Stem
Cells (เซลล์ต้นกำเนิด) จำนวนมาก ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ
ได้และ และยังส่งผลในการช่วยเหลือชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้โรคร้ายที่พบได้มากในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ อย่างเช่นธาลัสซีเมีย และโรคอื่นๆ อีกกว่า 70 ชนิดก็รักษาได้โดยการใช้
Stem Cells
Stem Cells ถึอได้ว่าเป็นเซลล์ที่มีอิทธิพลอย่างมากในร่างกายมนุษย์ เนื่องจากสามารถพัฒนา
ไปเป็นเซลล์ของเนื้อเยื้อ อวัยวะ และระบบต่างๆ ในร่างกาย
Stem Cells พบได้ในสายสะดือ เลือด และไขกระดูก ซึ่งเป็นที่ทราบในทางการแพทย์ว่า Stem
Cells นั้นมีความสำคัญต่อการสร้างระบบเลือด รวมถึง ระบบภูิมิคุ้มกันในร่างกาย
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
การปลูกถ่าย Stem Cells เพื่อการสร้างเม็ดเลือด ได้กลายเป็นการรักษาโรคทางระบบเลือด เช่น
มะเร็งในเม็ดเลือด และโรคทางระบบกรรมพันธุ์ที่สำคัญ
Stem Cells (เซลล์ต้นกำเนิด) นำไปใช้รักษาโรคอะไรได้บ้าง?
โรคมะเร็ง
- มะเร็งรังไข่
- มะเร็งปอด
- มะเร็งลูกอันฑะ
- มะเร็งที่ไต
- เนื้องอกในสมอง
- Leukemia (โรคงมะเร็งเม็ดเลือดขาว)
- Acute Lymphocytic Leukemia
- Acute Myelocytic Leukemia
- Chronic Myelocytic Leukemia
- Hodgkin disease
- Multiple Myeloma
- Neuroblastoma
- Non-Hodgkin Lymphoma
|
โรคระบบเลือดทางกรรมพันธุ์ผิดปกติ
- Thalassemia
- Fanconi anemia
- Sickle cell anemia
- Blackfan - Diamond anemia
- Congenital cytopenia
- Evans syndrome
- Kostmann disease
- Aplasic anemia
- Amegakaryocytic thrombocytopenia
|
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- Adenosine deaminase deficiency
- Chronic granulomatous disease
- Severe combined immunodeficiency diseases
- Wiskott - Aldrich syndrome
- X - linked Lymphoproliferative Diseases
|
โรคทางกรรมพันธุ์ในเมตาบอลิซึม
- Adrenoleukodystrophy
- Amyloidosis
- Bare - Lymphocyte syndrome
- Dyskeratosis congenital
- Familial erythrophagocytic
- Lymphohistiocytosis
- Hurler syndrome
|
|
| |
|
| |
|
| |
มีการใช้Umbilical StemCell ครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1988 ในผู้ป่วยที่เป็นโรค
Fanconi Anemia และในปี ค.ศ.1991ในผู้ป่วยที่เป็นโรค Chronic Myelogeneous Leukemia ซึ่งเป็น
การปลูกถ่ายทั้งสองครั้งนั้นประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง นับ ตั้งแต่นั้นมา Umbilical Stem Cells จึงถูก
นำไปใช้กับผู้ป่วยมากกว่า 6000 ครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีการนำมาใช้มากขึ้น
|
| |
|
| |
|
| |
กรมสาธารณสุขแห่งรัฐนิวยอร์ค กล่าวไว้ว่า Umbilical Stem Cells สามารถเก็บรักษาภายใต้
ไนโตรเจนเหลว ณ อุณหภูมิ -196 °C โดยไม่ทำให้เซลล์สูญเสียความสามารถในการมีชีวิตและ
ยังมีประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อนำมาใช้งาน จึังกล่าวได้ว่าการเก็บรักษา Stem Cell ด้วยวิธีดังกล่าวไม่ทำให้เซลล์หมดอายุ
จากข้อมูลและสถิติดังกล่าว Cord Blood Stem Cells ซึ่งเก็บรักษาไว้นาน ถึง 20 ปี ยังคงสภาพ
เดิมเหมือนเมื่อตอนแรกเก็บ นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้เป็นอย่างดี
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
ปัจจุบัน Stem Cells ถูกใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อใช้สร้างระบบเลือดและระบบภูมิ
คุ้มกัน หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็งหรือด้วยการฉายรังสี เพื่อทำลาย
เซลล์มะเร็ง
ในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา แพทย์ใช้ Stem Cells กับวัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกยิง บริเวณ
หัวใจ โดยการฉีด Stem Cells เข้าที่หัวใจโดยตรง ภายในระยะเวลา 5 วัน อัุตราการสูบฉีดเลือด
ของหัวใจก็เพื่ิมขึ้น แพทย์เชื่อมันว่าเกิดจากการปลูกถ่ายเซลล์โดยใช้ Stem Cells ส่วนในประเทศ
ไทยและมาเลเซีย มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรค
ธาลัสซีเมีย เมเจอร์: Thalassemia Major(ความผิดปกติของเลือดที่เกิดจากทางพันธุกรรม), มะเร็งเม็ดเลือดขาว, Adrenoleukodystrophy, Hurler Syndrome, Gaucher Disease และผู้ป่วยที่
เป็นโรค Wiskott Aldrich Syndorme
|
| |
|
| |
|
| |
ในปัุจจุบันวงการแพทย์ทั่วโลกมีการศึกษาเพื่อนำ Stem Cells ไปใ้ช้กันมากขึ้นอย่างเช่น
ในประเทศไทยและมาเลเซีย มีการใช้ Stem Cells เพื่อรักษาเกี่ยวกับความผิดปกติของเลือด และไขกระดูก มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยหลายๆ แห่ง มีการศึกษาถึงเรื่องการนำ Stem Cells ไปใช้ในหลายๆ ด้าน เพื่อการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และทดลองหาวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่
เมื่อสองปีที่ผ่านมา การวิจัยได้พบว่า Cord Blood Stem Cells สามารถสร้างและซ่อมแซมเซลล์
อื่นๆในร่างกายได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะนำ Cord Blood Stem Cells มาใช้ในการรักษาโรค เช่น โรคอัลไซเมอร์ , โรคเบาหวาน , โรคตับ , โรคหัวใจ ,โรคที่เกี่ยวกับความบอกพร่องของกล้ามเนื้อ
,โรค Parkinson , ไขสันหลังบาดเจ็บ , โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน และ รักษาบาทแผลทางผิวหนัง
|
| |
|
| |
|
| |
- เก็บได้ง่ายและรวดเร็วกว่า อีกทั้งสามารถเก็บได้ทันทีเมื่อแรกเกิด
- ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่มีความเสี่ยงต่อมารดาและทารก
- ไม่เกิดการต่อต้านของเซลล์ร่างกาย เมื่อใช้ Umbilical Cord Blood Stem Cells ของตนเอง
- มีความเป็นไปได้สูงในการนำมาใช้กับสมาชิกครอบครัว
- เมื่อจำเป็นต้องใช้ Stem Cells สามารถนำมาใช้ได้ทันที
- การใช้ Umbilical Cord Blood Stem Cells มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่า
|
| |
|
| |
|
| |
หากเป็นไปได้ คุณสามารถติดต่อ Thai Stem Life ได้ตั้งแต่ ระยะ 3 เดือน แรกของการ
ตั้งครรภ์, ระยะ 3 - 6 เดือนจนถึงระยะสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เพื่อที่ Thai Stem Life จะได้
จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บ Cord Blood ไว้ก่อนในกรณีคลอดก่อนกำหนดและให้คำ
แนะนำในการปฏิบัติตัวกับท่านได้
|
| |
|
| |
|
| |
ไม่มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจาก Cord Blood จะถูกเก็บหลังจากทารกคลอดและสายสะดือ
จะถูกตัดออก ซึ่งโดยปกติ Cord Blood นั้นจะไม่นำมาใช้ประโยชน์ใดๆ การเก็บจะไม่ก่อให้เกิดความ
เจ็บปวด สะดวก และปลอดภัยต่อทั้งมารดาและทารก โดยไม่รบกวนกระบวนการทำคลอดปกติ เวลา
โดยเฉลี่ยในการเก็บ Cord Blood จะไม่เกิน 5 นาที
|
| |
|
| |
|
| |
ไม่ต้อง คุณจะได้รับชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บ Cord Blood จากทางบริษัท Thai Stem Life เพื่อที่จะ
เก็บ Cord Blood Stem Cells ของลูกคุณ ชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บนี้จะบรรจุทุกชิ้ส่วน
ที่จะต้องใช้ในการเก็บ
Cord Blood อย่างไรก็ตามคุณต้องระลึกไว้เสมอว่า จะต้องนำชุดอุปกรณ์
ติดตัวไปกับคุณที่โรงพยาบาล
และมอบให้แพทย์หรือพยาบาลเมื่อถึงเวลาทำคลอด
|
| |
|
| |
|
|
|
|
|