 |
| |
|
|
|
|
| |
|
|
- นักวิทยาศาสตร์ค้นพบการ
ปลูกถ่ายเซลล์โดยใช้
Umbilical stem
cells นาน
เพียงใด ?
- เราสามารถเก็บรักษา
Stem cells ได้นานเท่าไร ?
- วิธีการและขั้นตอนในการ
เก็บ Umbilical Cord
Blood เป็นอย่างไร ?
- ปัจจุบันมีการนำ Stem Cells
ไปใช้อย่างไรบ้าง ?
- แนวโน้มการนำ Stem Cells
ไปใช้ในอนาคต ?
|
|
นอกจากการให้บริการเก็บรักษาสเตมเซลล์จากรกและสายสะดือของเด็กทารกแรกเกิด
แล้วบริษัท ไทยสเตมไลฟ์์ยังให้บริการเก็บรักษาสเตมเซลล์ในผู้ใหญ่จากกระแสโลหิตและนำ
ไปเก็บรักษาภายใต้ความเย็นจัด ซึ่งลูกค้าสามารถใช้สำหรับรักษามะเร็ง โรคหัวใจ ไขสันหลัง
บาดเจ็บ หรือซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่อาจ เกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากทั้งคุณภาพและปริมาณ
สเตมเซลล์ที่เก็บจากแต่ละคนจะลดลง ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นเป็นสิ่ง สำคัญมากที่จะเก็บ
สเตมเซลล์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ถ้าไม่ได้เก็บสเตมเซลล์ตั้งแต่แรกคลอด การที่จะหาผู้
บริจาคสเตมเซลล์ที่เหมาะกับผู้รับอาจทำ ไม่ได้ทุกกรณี และผู้ที่จะบริจาคสเตมเซลล์อาจไม่
พร้อมที่จะให้สเตมเซลล์เมื่อมีผู้ต้องการและกว่าจะหาผู้บริจาคที่มี HLA เข้ากับผู้ป่วยอาจสาย
เกิน กว่าที่จะรักษา เนื่องจากการรักษาโรคโดยใช้สเตมเซลล์บางครั้งไม่สามารถรอ
นานได้
การเก็บสเตมเซลล์ล่วงหน้าในขณะที่สุขภาพแข็งแรงจะทำให้ได้สเตมเซลล์ที่ดีปราศจาก
เซลล์
แปลกปลอมต่างจากการเก็บเซลล์ หลังจากเป็นโรค แล้วอาจได้เซลล์ที่เป็นอันตรายติดมา
กับสเตมเซลล์
ด้วย เช่น เซลล์มะเร็ง (โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถหาผู้บริจาคสเตมเซลลต้อง
ใช้สเตมเซลล์จากตัวผู้ป่วยเอง) นอกจากนั้นการป่วยเป็นโรคอาจทำให้ประสิทธิภาพการเก็บ
สเตมเซลล์ลดลง หรือบางครั้งอาจไม่สามารถเก็บสเตมเซลล์ได้การเก็บรักษาสเตมเซลล์ในขณะ
ที่ร่างกายแข็งแรงจะทำให้ได้สเตมเซลล์ที่มีทั้งคุณภาพและปริมาณเพียงพอสำหรับเตรียมพร้อม
เผื่อการใช้ในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เซลล์ต้นกำเนิดในกระแสโลหิต
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิตคือเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด
โดยปกติ
เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไหลเวี่ยนอยู่กระแสเลือดจะมีจำนวนน้อยมาก แต่สามารถ
เพิ่มจำนวนขึ้นได้
อย่างมหาศาลถ้าได้รับการกระตุ้นจากไซโตไคน์(cytokines) หรือตัวกระตุ้น
การทำงานของไขกระดูกซึ่ง
ร่างกายมนุษย์สามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ) หรือเกิดภายหลัง
การฟื้นตัวของไขกระดูกของผู้ป่วยที่
ได้รับยาเคมีบำบัด การปลูกถ่ายสเตมเซลล์ที่ได้จากกระแส
โลหิตมีแนวโน้มที่จะปลูกติดเร็วกว่า
สเตมเซลล์ จากไขกระดูก ทั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการที่
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิตมีการพัฒนามากกว่า
สเตมเซลล์ที่ได้ จากไขกระดูก เมื่อพูดถึงการ
ปลูกถ่ายสเตมเซลล์ในผู้ป่วยโดยปกติจะหมายถึงการปลูก
ถ่ายสเตมเซลล์จากกระแสโลหิต
ในภาวะธรรมชาิติ สเตมเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตเกือบทั้งหมดจะอยู่ในไขกระดูก แต่สามารถ
ใช้ยา
กระตุ้นให้สเตมเซลล์ออกจากไขกระดูกมาอยู่ในกระแสเลือดเพื่อทำการเก็บสเตมเซลล์ได้
โดยง่าย
|
| |
|
| |
|
| |
การปลูกถ่ายสเตมเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต (CD34+) ในการรักษาโรคในปัจจุบัน แบ่งเป็น
การปลูกถ่าย
สเตมเซลล์ที่ได้จากบุคคลอื่น (allogenneic) ใช้ในการรักษาโรคในกลุ่มมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ไขกระดูกฝ่อความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึม
แต่กำเนิด และในกลุ่มมะเร็งเม็ดเลือด
แดงที่มีความผิดปกติ และการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ของ
ผู้ป่วย(autologous) ใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
multiple myelomas มะเร็งเต้านม มะเร็ง
รังไข่ โรคถูมิคุ้มกันไวเกิน(autoimmune diseases)
ยิ่งไปกว่านั้น วิทยาศาสตร์การแพทย์ในปัุจจุบันกำลังพัฒนาการนำสเตมเซลล์ไปใช้ปฏิวัติ
วิธีรักษาโรค
แทนวิธีการดังเดิมหลายโรค เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ั้ามเนื้อหัวใจตาย
โรคหลอดเลือดในสมอง
ตีบหรือแตก โรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของเนื้อสมอง โรคเบาหวานแผล
เรื้อรังที่เกิดจากหลอดเลือดแข็งตีบตัน
ซึ่งผลการศึกษาประสบความสำเร็จรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
มาก แหล่งที่เหมาะสมของสเตมเซลล์ ต้นกำเนิดเม็ด
โลหิตที่ไม่ใช่จากตัวอ่อนของมนุษย์
(Embryonic stem cells) ได้แก่ สเตมเซลล์ในโลหิตจากรก สเตมเซลล์
จากไขกระดูกและกระแส
โลหิต หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลในเว๊บไซต์นี้จะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจของท่าน
ที่เก็บ
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิตเผื่อสำหรับความจำเป็นที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สิ่งที่ท่านจะได้รับจากการเก็บรักษาสเตมเซลล์ล่วงหน้าคือ การประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
ในการปลูก
ถ่ายสเตมเซลล์ท่านไม่ต้องเสี่ยงต่อการที่สเตมเซลล์จากผู้อื่นที่ปลูกถ่ายจะ่ำทำลาย
เซลล์ปกติของท่านเช่นที่
เกิดขึ้นกับสเตมเซลล์จากผู้บริจาค
|
| |
|
| |
|
| |
สเตมเซลล์ เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นของร่างกาย ซึ่งจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หน่วย
พันธุกรรม
(DNA)
ความสามารถในการทำงานและกิจกรรมของสเตมเซลล์อาจะเกิดความเสื่อม
ตามอายุเจ้าของที่เพิ่มขึ้น
ไม่มีการศึกษาใดที่กำหนดอายุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บสเตมเซลล์ หรืออายุมาก
ที่สุดที่ยัง
สามารถเ้ก็บสเตมเซลล์ หรือายุมากที่สุดที่ยังสามารถเก็บสเตมเซลล์ได้ แต่
สเตมเซลล์ที่เก็บจากคนที่
อายุน้อยและ
สุขภาพ
แข็งแรงน่าจะทำงานได้ดีกว่าสเตมเซลล์ที่
เก็บจากช่วงหลังของชีวิต
"ชีวิตประเมินค่ามิได้ สเตมเซลล์รักษาชีวิตได้"
|
| |
|
| |
|
| |
ไม่มีการกำหนดอายุที่มากที่สุดที่ยังสามารถเก็บสเตมเซลล์ได้ แต่สเตมเซลล์ที่เก็บก่อน
การเจ็บ
ป่วย จะไม่มีการปนเปื้อนจากโรคจึงมีความปลอดภัยและคุณภาพดีกว่าสเตมเซลล์ที่
เก็บหลังจากเิกิดโรค ดังนั้น สเตมเซลล์ที่เก็บล่วงหน้าอาจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านการรักษา
อย่างมหาศาลในทุกช่วงอายุ
|
| |
|
| |
|
| |
วิธีการกระตุ้นสเตมเซลล์ให้ออกมาในกระแสโลหิตที่เรียกว่า mobilization ทำได้โดยฉีด
ยา G-CSF
บริเวณต้นแขนวันละครั้งเป็นเวลา 4 - 5 วัน ก่อนทำการเก็บสเตมเซลล์
|
| |
|
| |
|
| |
บริษัท ไทยสเตมไลฟ์์ทำการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสโลหิตโดยใช้เครื่องแยกชนิดเซลล์
จากกระแส
โลหิตโดยใช้เครื่องแยกชนิดเซลล์จากกระแสโลหิตที่เรียกว่า apheresis machine
ซึ่งเป็นเครื่องประเภท
เดียวกับที่ศูนย์รับบริจาคโลหิตขนาดใหญ่ ใช้ในการเก็บส่วนประกอบ
โลหิตจากผู้บริจาคโลหิต (ผู้ที่บริจาคโลหิตประจำจะมีความคุ้นเคยกับเครื่องเหล่านี้) การเก็บ
จะใช้เข็มสำหรับรับโลหิตแทงที่เส้นเลือดข้อพับแขน
ข้างหนึ่ง เครื่องจะทำการดึงโลหิตจาก
ผู้เก็บ คัดแยกเฉพาะชั้นสเตมเซลล์ ทำการเก็บสเตมเซลล์ในถุงบรรจุ
สเตมเซลล์และคืนโลหิต
ที่เหลือเข้าผู้เก็บที่เส้นเลือดข้อพับแขนอีกข้าง กระบวนการเก็บสเตมเซลล์จากกระแส
โลหิตใช้เวลาทั้งสิ้น ประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับการดูภาพยนต์ 1 เรื่อง
|
| |
|
| |
|
| |
ผู้เก็บจะรู้สึกเจ็บเฉพาะช่วงแทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำเช่นเดียวกับการบริจาคโลหิตซึ่งมี
ความเจ็บปวดน้อยมาก
การเก็บสเตมเซลล์จากกระแสโลหิตใช้กระบวนการเดียวกับการบริจาคส่วนประกอบโลหิต
ซึ่งไม่มีอันตรายและไม่ต้องดมยาสลบ
|
| |
|
| |
|
| |
ภายหลังเสร็จสิ้นการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสโลหิตถุงบรรจุสเตมเซลล์จะุถูกนำส่งไป
ยังห้องปฏิบัิติการ เฉพาะทางเพื่อเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งสเตมเซลล์ทันที เพื่อให้สเตมเซลล์
มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับการใช้
ประโยชน์ในอนาคต
|
| |
|
| |
|
| |
แน่นอนที่สุด! บริษัทไทยสเตมเไลฟ์มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่สะดวกสบาย การดูแล
ใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ลูกค้าทุกท่านจะได้ประสบการณ์จากวิทยาการล้ำยุคใน
บรรยากาศคล้ายห้องพักผ่อนส่วนตัว ท่านสามารถเลือกดูรายการที่โปรดปรานผ่อนคลายกับ
เครื่องดื่มและอาหารว่างก่อนและหลังการเก็บ
สเตมเซลล์
|
| |
|
| |
|
| |
คำว่า การประกันชีวิต แท้จริงเป็นการใช้คำในความหมายตรงข้าม เนื่องจากในความเป็น
จริงการประกันชีวิต เป็นการประกันว่าภายหลังจากเสียชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายค่าทดแทน
ให้ครอบครัวหรือทายาทแต่ไม่ให้ประโยชน์กับผู้ทำประกันขณะมีชีวิตอยู่แต่ด้วยวิทยาการทาง
การแพทย์ที่ลำ้หน้าในปัจจุบัน ทำให้มนุษย์สามารถเลือกที่จะมี การประกันชีวิตที่แท้จริง ซึ่ง
สามารถนำไปใช้รักษาชีวิตหรือยืดอายุขัยเจ้าของหรือผู้ทำประกัน นั้นคือ การเก็บรักษา
สเตมเซลล์ ไว้เป็นหลักประกันสุขภาพ เพื่อสำหรับการรักษาที่อาจจำเป็นในอนาคต
|
| |
|
| |
|
| |
การเก็บสเตมเซลล์ของท่านเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล ไม่สามารถประเมิน
ค่าได้ สเตมเซลล์อาจเป็นทางสู่ชีวิตใหม่ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะไม่ว่ามนุษย์เราจะมีการ
เตรียมตัวที่ดีเพียงใด ก็ไม่อาจะลดความเสี่ยงที่เกิดจากความเจ็บป่วยและความเสื่อมของ
ร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาจจะหมายถึงชีวิต สเตมเซลล์ของท่านที่
เก็บสำรองก่อนเกิดวิกฤติของ
ชีวิตอาจจะเป็นทางออกของปัญหารุนแรงเหล่านั้นการฝากเก็บสเตมเซลล์ก่อนการเจ็บป่วยจะ
ทำให้ได้สเตมเซลล์ที่คุณภาพดี ปราศจากการปนเปื้อนจากโรค ซึ่งจะมีคุณประโยชน์เหนือกว่า
การเก็บสเตมเซลล์ที่อ่อนแอลงภายหลังการเจ็ํบป่วย การเก็บรักษาสเตมเซลล์ที่แข็งแรงในวันนี้ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคหลายโรค
ที่อาจะเกิดในอนาคต ซึ่งหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาความมหัศจรรย์ในการทำงานอย่างไร
ไม่รู้จบของสเตมเซลล์ แนวโน้มในการนำไปใช้รักษาโรคและการค้นพบใหม่ๆ ที่มีอยู่อย่างต่อ
เนื่องตลอดเวลา
ไม่ต้องรอผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อ(HLA) ตรงกับท่าน
หรือรอรับสเตมเซลล์จากรกของใครบางคนอีกต่อไป
ไม่มีสิ่งใดวิเศษกว่าตัวท่านเอง
บริษัทยินดีอย่างยิ่งที่จะให้บริการตามคำขอและ
การนัดหมายจากลูกค้าทุกท่าน
|
| |
|
|
|
|
|