 |
การเก็บสเตมเซลล์ล่วงหน้าในขณะที่สุขภาพแข็งแรงจะทำให้ได้
สเตมเซลล์ที่ดีปราศจาก เซลล์แปลกปลอมต่างจากการเก็บเซลล์
หลังจาก เป็นโรค แล้วอาจได้เซลล์ที่เป็นอันตรายติดมากับสเตม
เซลล์ด้วย เช่น เซลล์มะเร็ง (โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถหา
ผู้บริจาคสเตมเซลล์ จากผู้ป่วยเอง) นอกจากนั้นการป่วยเป็นโรค
อาจทำให้ประสิทธิภาพการเก็บ สเตมเซลล์ลดลง หรือบางครั้ง
อาจไม่สามารถเก็บสเตมเซลล์ได้การเก็บรักษาสเตมเซลล์ ใน
ขณะที่ร่างกายแข็งแรงจะทำให้ได้สเตมเซลล์ที่มีทั้งคุณภาพและ
ปริมาณเพียงพอสำหรับเตรียมพร้อมเผื่อการใช้ ในอานาคต |
 |
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิต คืออะไร
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิตคือ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ที่ไหล
เวียนอยู่ในกระแสเลือด โดยปกติ สเตมเซลล์จะมีจำนวนน้อยมาก
แต่ก็สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างมหาศาล ถ้าได้รับการกระตุ้น
จากสาร- ไซโตไคนส์ (Cytokines) หรือตัวกระตุ้นการทำงานของ
ไขกระดูก ซึ่งร่างกายมนุษย์สามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ เมื่อ
พูดถึงการปลูกถ่าย สเตมเซลล์ในผู้ป่วยปกติจะหมายถึง การปลูก
ถ่ายสเตมเซลล์จากกระแสโลหิต
การปลูกถ่ายสเตมเซลล์จากกระแสโลหิต ในการรักษาโรคใน
ปัจจุบัน แบ่งเป็น การปลูกถ่ายสเตมเซลล์ที่ได้จากบุคคลอื่น
(Allogenneic) ใช้ในการรักษาโรคในกลุ่มมะเร็งเม็ดเลือดขาว
โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ไขกระดูกฝ่อ ความผิดปกติของ
ระบบเมตาบอลิซึม แต่กำเนิด และในกลุ่มมะเร็งเม็ดเลือดแดงที่มี
ความผิดปกติ และการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ของผู้ป่วย
(Autologous) ใช้รักษาโรคมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง multiple
myelomas มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ โรคภูมิคุ้มกันไวเกิน
(Autoimmune diseases)
|
 |
สำหรับวิธีการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสโลหิตนั้น ผู้ที่สนใจเก็บสเตมเซลล์จะต้องทำการตรวจสุขภาพก่อนการเก็บสเตมเซลล์
หลังจากที่ตรวจสุขภาพผ่านแล้ว แพทย์จะทำการฉีดยากระตุ้น ประมาณ 5 วัน เพื่อให้มีการผลิตสเตมเซลล์ออกมาอยู่ในกระแส
เลือดดังนั้นเราจึงจะทำการเก็บสเตมเซลล์ ซึ่งเรียกว่า Apheresis Machine โดยจะนำเลือดจากแขนข้างหนึ่งไปคัดแยกสเตมเซลล์
และคืนเลือดที่ผ่านการคัดแยกแล้วกลับคืนสู่ร่างกายทางแขนอีกข้างหนึ่ง เลือด 1 ลิตร สามารถคัดแยกสเตมเซลล์เข้มข้นประมาณ
10 ซีซี ถึงแม้ว่าจะนำเลือดไปคัดแยก 3 เท่าของปริมาณเลือดในตัว (ประมาณ 15 ลิตร) ผู้เก็บจะเสียเลือดเพียงร้อยกว่าซีซีเท่านั้น
|
|
|
ขั้นตอนการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสโลหิต
หลังจากผ่านการตรวจร่างกายแล้ว |
 |
 |
 |
ขั้นตอนที่ 1
ฉีดกระตุ้นด้วย G-CSF 5วัน
(วันละเข็ม) |
ขั้นตอนที่ 2
เก็บสเตมเซลล์ในวันถัดมา
โดยการเจาะเลือดจากแขน
เช่นเดียวกับการบริจาคเลือด |
ขั้นตอนที่ 3
นำสเตมเซลล์ที่ได้
เข้าสู่กระบวนการแช่แข็ง
และฝากเก็บไว้ที่ไทย สเตมไลฟ์ |
|
 |