LANGUAGE : TH | EN
หน้าหลัก >> ถามตอบ >> สเตมเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือ
 
สเตมเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือ
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิต
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด
 
สเตมเซลล์จากเลือดในรกและสายสะดือ
ถาม: ในวิทยาศาสตร์ค้นพบการปลูกถ่ายเซลล์โดยใช้
Umbilical stem Cells นานเพียงใด?
ตอบ: กรมสาธารณสุขแห่งรัฐนิวยอร์ค กล่าวไว้ว่า Umbilical Stem Cells สามารถเก็บรักษาภายใต้ ไนโตรเจนเหลว ณ อุณหภูมิ 196 °C โดยไม่ทำให้เซลล์สูญเสียความสามารถในการมีชีวิตและ ยังมีประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อนำมาใช้งาน จึงกล่าวได้ว่าการเก็บรักษา Stem Cell ด้วยวิธีดังกล่าว ไม่ทำให้เซลล์หมดอายุ
 
ถาม: เราสามารถเก็บรักษา Stem Cells ได้นานเท่าไหร่?
ตอบ: ไม่มีการกำหนดอายุที่มากที่สุด ที่ยังสามารถเก็บสเตมเซลล์ได้ แต่สเตมเซลล์ที่เก็บก่อน การเจ็บ ป่วย จะไม่มีการปนเปื้อนจากโรคจึงมีความปลอดภัยและคุณภาพดีกว่าสเตมเซลล์ ที่เก็บหลังจากเกิดโรค ดังนั้น สเตมเซลล์ที่เก็บล่วงหน้าอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านการรักษา อย่างมหาศาลในทุกช่วงอายุ จากข้อมูลและสถิติดังกล่าว Cord Blood Stem Cells ซึ่งเก็บรักษาไว้นาน ถึง 20 ปี ยังคงสภาพ เดิมเหมือนเมื่อตอนแรกเก็บ นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคได้เป็นอย่างดี
 
ถาม: วิธีการและขั้นตอนการเก็บ Umbilical Stem Cells เป็นอย่างไร?
ตอบ:
1. ทารกคลอดออกมาจากครรภ์มารดาพร้อมกับ Umbilical Cord (สายสะดือ)
2. Umbilical Cord จะถูกตัดออกหลังจากนั้นแพทย์ หรือพยาบาล จะดำเนินการ
    ดูดเลือดออกจาก Umbilical Cord นั้น ในขณะเดียวกันทารกก็จะถูกนำไปทำความสะอาดและตรวจร่างกาย
3. เลือดจาก Umbilical Cord จะถูกจัดเก็บไว้ในถุงเก็บเลือด ซึ่งอยู่ในชุดอุปกรณ์ที่ได้จัดเตรียมไว้
4. หลังจากนั้นจะนำ Cord Blood ไปที่ห้องปฏิบัติการของบริษัท Thai Stem Life
    ณ อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้นที่ 23
5. ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคการแพทย์จะทำการแยก Stem Cells ออกจาก Cord Blood นั้นและ Stem Cells
    จะถูกเก็บรักษาไว้ในแทงค์แช่แข็งไนโตรเจนเหลว เพื่อสามารถนำไปใช้ในอนาคต
 
ถาม: ปัจจุบันมีการนำ Stem Cells ไปใช้อย่างไรบ้าง?
ตอบ: ปัจจุบัน Stem Cells ถูกใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อใช้สร้างระบบเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยารักษาโรคมะเร็ง หรือด้วยการฉายรังสี เพื่อทำลาย เซลล์มะเร็ง
รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา แพทย์ใช้ Stem Cells กับวัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกยิง บริเวณ หัวใจ โดยการฉีด Stem Cells เข้าที่หัวใจโดย ตรงภายในระยะเวลา 5 วัน อัตราการสูบฉีดเลือด ของหัวใจก็เพิ่มขึ้น แพทย์เชื่อมันว่าเกิดจากการปลูกถ่ายเซลล์ โดยใช้ Stem Cells ส่วนในประเทศไทยและมาเลเซีย มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยที่เป็น โรค ธาลัสซีเมีย เมเจอร์: Thalassemia Major(ความผิดปกติของเลือดที่เกิดจากทางพันธุกรรม), มะเร็งเม็ดเลือดขาว, Adrenoleukodystrophy, Hurler Syndrome, Gaucher Disease และผู้ป่วย ที่เป็นโรค Wiskott Aldrich Syndrome
 
ถาม: แนวโน้มการนำ Stem Cells ไปใช้ในอนาคต?
ตอบ: ในปัจจุบันวงการแพทย์ทั่วโลกมีการศึกษาเพื่อนำ Stem Cells ไปใช้กันมากขึ้นอย่างเช่น ในประเทศไทยและมาเลเซีย มีการใช้ Stem Cells เพื่อรักษาเกี่ยวกับความผิดปกติของเลือด และไขกระดูก มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยหลายๆ แห่ง มีการศึกษาถึงเรื่องการนำ Stem Cells ไปใช้ในหลายๆ ด้าน เพื่อการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ และ ทดลองหาวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ เมื่อสองปีที่ผ่านมา การวิจัยได้พบว่า Cord Blood Stem Cells สามารถสร้างและซ่อมแซมเซลล์ อื่นๆ ในร่างกายได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ ที่จะนำ Cord Blood Stem Cells มาใช้ในการรักษาโรค เช่น โรคอัลไซเมอร์ , โรคเบาหวาน , โรคตับ , โรคหัวใจ ,โรคที่เกี่ยวกับความบกพร่องของกล้ามเนื้อ ,โรค Parkinson , ไขสันหลังบาดเจ็บ , โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน และ รักษาบาดแผลทางผิวหนัง
 
ถาม: ข้อดีของสเตมเซลล์จากสายสะดือที่เหนือกว่า Stem Cells จากไขกระดูก?
ตอบ: เก็บได้ง่ายและรวดเร็วกว่า อีกทั้งสามารถเก็บได้ทันทีเมื่อแรกเกิด ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และไม่มีความเสี่ยงต่อมารดาและทารก ไม่เกิดการต่อต้านของเซลล์ร่างกาย เมื่อใช้ Umbilical Cord Blood Stem Cells ของตนเอง มีความเป็นไปได้สูงในการนำมาใช้กับสมาชิกครอบครัว เมื่อจำเป็นต้องใช้ Stem Cells สามารถนำมาใช้ได้ทันที การใช้ Umbilical Cord Blood Stem Cells มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยกว่า
 
ถาม: เมื่อไหร่ที่ควรตัดสินใจเก็บ Umbilical Cord Blood Stem Cells?
ตอบ: หากเป็นไปได้ คุณสามารถติดต่อ Thai Stem Life ได้ตั้งแต่ ระยะ 3 เดือนแรกของการ ตั้งครรภ์ , ระยะ 3 - 6 เดือนจนถึงระยะสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เพื่อที่ Thai Stem Life จะได้ จัดเตรียมชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บ Cord Blood ไว้ก่อนในกรณีคลอดก่อนกำหนด และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวกับท่านได้
 
ถาม: ในระหว่างการเก็บ Cord Blood นั้น จะมีความเสี่ยงต่อมารดา
หรือทารกน้อยหรือไม่?
ตอบ: ไม่มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจาก Cord Blood จะถูกเก็บหลังจากทารกคลอดและสายสะดือ จะถูกตัดออก ซึ่งโดยปกติ Cord Blood นั้น จะไม่นำมาใช้ประโยชน์ใดๆ การเก็บจะไม่ก่อให้เกิดความ เจ็บปวด สะดวก และปลอดภัยต่อทั้งมารดา ทารก โดยไม่รบกวนกระบวนการ ทำคลอดปกติ เวลา โดยเฉลี่ยในการเก็บ Cord Blood จะไม่เกิน 5 นาที
 
ถาม: ทางโรงพยาบาลจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์
สำหรับการเก็บ Cord Blood หรือไม่?
ตอบ: ไม่ต้อง คุณจะได้รับชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บ Cord Blood จากทางบริษัท Thai Stem Life เพื่อที่จะเก็บ Cord Blood Stem Cells ของ ลูกคุณ ชุดอุปกรณ์ในการจัดเก็บนี้จะบรรจุทุกชิ้นส่วน ที่จะต้องใช้ในการเก็บ Cord Blood อย่างไรก็ตาม คุณต้องระลึก ไว้เสมอว่า จะต้องนำ ชุดอุปกรณ์ ติดตัวไปกับคุณที่โรงพยาบาล และมอบให้แพทย์หรือพยาบาลเมื่อถึงเวลาทำคลอด
 
สเตมเซลล์จากกระแสโลหิต
ถาม: สเตมเซลล์มีอายุการเก็บนานเท่าใด
ตอบ: ไม่มีการกำหนดอายุที่มากที่สุดที่สามารถเก็บสเตมเซลล์ได้ แต่สเตมเซลล์ที่เก็บก่อนการเจ็บป่วยจะไม่มีการปนเปื้อนจากโรค จึงมีความปลอดภัย และคุณภาพดีกว่าสเตมเซลล์ที่เก็บหลังจากเกิดโรค ดังนั้นสเตมเซลล์ที่เก็บล่วงหน้าอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ด้านการรักษาอย่างมหาศาลในทุกช่วงอายุ
 
ถาม: สามารถกระตุ้นให้สเตมเซลล์ในไขกระดูกออกมาในกระแสเลือดได้อย่างไร
ตอบ: วิธีการกระตุ้นสเตมเซลล์ให้ออกมาในกระแสเลือดที่เรียกว่า Mobilization ทำได้โดยฉีดยา G-CSF บริเวณต้นแขนวันละครั้ง เป็นเวลา 4-5 วัน ก่อนทำการเก็บสเตมเซลล์
 
ถาม: วิธีเก็บสเตมเซลล์จากกระแสเลือด
ตอบ: บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ ทำการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสเลือด โดยใช้เครื่องแยกชนิดเซลล์ที่เรียกว่า Apheresis Machine ซึ่งเป็นเครื่องประเภทเดียวกับที่ศูนย์รับบริจาคเลือดขนาดใหญ่ ใช้ในการเก็บส่วนประกอบเลือดจากผู้บริจาค (ผู้ที่บริจาคเลือดประจำจะมีความคุ้นเคยกับเครื่องเหล่านี้) การเก็บจะใช้เข็มสำหรับรับเลือดเจาะที่เส้นเลือดข้อพับของแขนข้างหนึ่ง เครื่องจะทำการดึงเลือดจากผู้เก็บคัดแยกเฉพาะชั้นสเตมเซลล์ ทำการเก็บสเตมเซลล์ในถุงบรรจุ และคืนเลือดที่เหลือเข้าเก็บที่เส้นเลือดข้อพับแขนอีกข้าง กระบวนการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสเลือดใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 2-4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาใกล้เคียงกับการดูภาพยนตร์ 1 เรื่อง
 
ถาม: กระบวนการเก็บสเตมเซลล์ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือไม่ จำเป็นต้องดมยาสลบหรือไม่
ตอบ: ผู้เก็บจะรู้สึกเจ็บเฉพาะช่วงเจาะเข็มเข้าหลอดเลือดดำ เช่นเดียวกับการบริจาคเลือดซึ่งมีความเจ็บปวดน้อยมาก การเก็บสเตมเซลล์จากกระแสเลือดใช้กระบวนการเดียวกับการบริจาคส่วนประกอบเลือด ซึ่งไม่มีอันตราย และไม่ต้องดมยาสลบ
 
ถาม: สเตมเซลล์จะถูกนำไปเก็บรักษาอย่างไร
ตอบ: ภายหลังเสร็จสิ้นการเก็บสเตมเซลล์จากกระแสเลือด ถุงบรรจุสเตมเซลล์จะถูกนำไปส่งยังห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการแช่แข็งสเตมเซลล์ทันที เพื่อให้สเตมเซลล์มีคุณภาพดีที่สุด สำหรับการใช้ประโยชน์ในอนาคต
 
ถาม: สามารถดูโทรทัศน์ขณะเก็บสเตมเซลล์ได้หรือไม่
ตอบ: แน่นอนที่สุด! บริษัท ไทย สเตมไลฟ์ มีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่สะดวกสบาย ให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ลูกค้าทุกท่านจะได้ประสบการณ์จากวิทยาการล้ำยุคในบรรยากาศคล้ายห้องพักผ่อนส่วนตัว ท่านสามารถเลือกดูรายการที่โปรดปราน ผ่อนคลายกับเครื่องดื่ม อาหารว่างก่อน และหลังการเก็บสเตมเซลล์
 
ถาม: การเก็บสเตมเซลล์เหมือนกับการประกันชีวิตหรือไม่
ตอบ: คำว่า การประกันชีวิต แท้จริงเป็นการใช้คำในความหมายตรงข้าม เนื่องจากในความเป็นจริง การประกันชีวิตเป็นการประกันว่าภายหลังจากเสียชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายค่าทดแทนให้ครอบครัวหรือทายาท แต่ไม่ให้ประโยชน์กับผู้ทำประกันขณะยังมีชีวิตอยู่ แต่ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำหน้าในปัจจุบัน ทำให้มนุษย์สามารถเลือกที่จะมีการประกันชีวิตที่แท้จริง ซึ่งสามารถนำไปใช้รักษาชีวิตหรือยืดอายุขัยของเจ้าของหรือผู้ทำประกัน นั่นคือ การเก็บรักษาสเตมเซลล์ไว้เป็นหลักประกันสุขภาพ สำหรับการรักษาที่อาจจำเป็นในอนาคต
 
ถาม: ทำไมต้องลงทุนเก็บสเตมเซลล์
ตอบ: การเก็บสเตมเซลล์ของท่านเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล ไม่สามารถประเมินค่าได้ สเตมเซลล์อาจเป็นเส้นทางสู่ชีวิตใหม่ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะไม่ว่ามนุษย์เราจะมีการเตรียมตัวที่ดีเพียงใด ก็ไม่อาจลดความเสี่ยงที่เกิดจากความเจ็บป่วย และความเสื่อมของร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาจจะหมายถึงชีวิต สเตมเซลล์ของท่านที่เก็บสำรองก่อนเกิดวิกฤติของชีวิตอาจจะเป็นทางออกของปัญหารุนแรงเหล่านั้น การฝากเก็บสเตมเซลล์ก่อนการเจ็บป่วยจะทำให้ได้สเตมเซลล์ที่มีคุณภาพดี ปราศจากการปนเปื้อนจากโรค ซึ่งจะมีคุณประโยชน์เหนือกว่าการเก็บสเตมเซลล์ที่อ่อนแอลงภายหลังการเจ็บป่วย การเก็บรักษาสเตมเซลล์ที่แข็งแรงในวันนี้ เป็นการเพิ่มศักยภาพในการรักษาโรคหลายโรคที่อาจจะเกิดในอนาคต ซึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาความมหัศจรรย์ในการทำงานอย่างไม่รู้จบของสเตมเซลล์ แนวโน้มในการนำไปใช้รักษาโรคและการค้นพบใหม่ๆ ที่มีอยู่อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
 
ถาม: สเตมเซลล์ใช้รักษาโรคอะไรได้บ้าง
ตอบ: คลิกดูรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้ »
 
 

  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.