LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

ลูกสาวต้องมีพ่อ ลูกชายต้องมีแม่
โดย เจนิส ชอว์ เคราส์

อัพเดทเมื่อวันที่ : 20 September 2017
     ในวารสาร The Journal of Communication and Religion ฉบับล่าสุด (พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ฉบับที่ 31 เลขที่ 2) มีบท
วิเคราะห์ที่ดีมากเกี่ยวกับความสำคัญของความสัมพันธ์กับพ่อแม่ที่เป็นเพศตรงกันข้ามกับลูก ข้อสรุปที่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกและ
มีข้อมูลทางสังคมศาสตร์สนับสนุน อีกทั้งยังได้รับการยืนยันโดยบทความของนักวิชาการที่ผ่านการทบทวนโดยผู้รู้ที่เสมอกัน นั่นคือ:
ลูกสาวต้องมีพ่อ ลูกชายต้องมีแม่
 

 

     ไม่น่าประหลาดใจที่การศึกษาดังกล่าวยังพบว่าการสื่อสาร เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสัมพันธภาพของทุกคนใน ครอบครัว — การสื่อสัมพันธ์ระหว่างกันในครอบครัวนั้นเปรียบ เสมือนเบ้าหลอมทัศนคติ ค่านิยม ความสนใจ และมุมมองที่เรา มีต่อโลกและนอกเหนือจากการหล่อหลอมและการเป็นแบบอย่าง ที่ดีในเรื่องสำคัญเหล่านี้แล้ว ครอบครัวยังมีอิทธิพลต่อการพัฒนา วิธีสื่อสัมพันธ์กับสังคม ตลอดทั้งลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน อีกด้วย

     ยิ่งไปกว่านั้น ในครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคงยังจะต้องมีการ พูดคุยกันในเรื่องศาสนา และการสนับสนุนให้เด็กๆ เข้าร่วมกิจกรรม ทางศาสนา ครอบครัวแบบนี้ช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีด้วยลักษณะ การสื่อสารที่ดี เช่น การเปิดใจคุยกัน การสร้างความมั่นใจ และการช่วยเหลือพึ่งพากัน และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่คุณลักษณะ เหล่านี้ยังเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความสำเร็จหรือความล้มเหล ของครอบครัวอีกด้วย


       • การช่วยเหลือพึ่งพากัน การช่วยเหลือพึ่งพากันในทางที่สร้างสรรค์นั้นมีความจำเป็นต่อการสร้างความรู้สึกเป็นอิสระ แม้จะฟังดู
เป็นการขัดแย้งกัน แต่การช่วยเหลือพึ่งพาและการยึดมั่นกันระหว่างพ่อแม่กับลูกนั้นเป็นพื้นฐานที่ช่วยให้ลูกสามารถอยู่อย่างเป็นอิสระ
และแยกออกจากพ่อแม่ได้เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พัฒนาการทางสังคมและอารมณ์นั้นเติบโตขึ้นจากความผูกพันทางอารมณ์ที่มั่นคง
       • การเปิดใจคุยกัน ถ้าพ่อแม่กับลูกๆ สามารถพูดคุยแลก เปลี่ยนความคิดและความรู้สึกกันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และด้วยความสบายใจ ลูกจะสามารถปรับตัวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ได้ง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น การเปิดใจคุยกันจะช่วยให้เด็กมีความสามารถใน การตัดสินใจได้ดีขึ้น การสื่อสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยลดปัญหาครอบครัว พ่อแม่ที่รู้จักแสดงความรัก กล่าวชมเชยลูกบ่อยๆ และสนับสนุนเรื่อง ของการรู้จักให้และรู้จักรับจะทำให้ลูกเติบโตขึ้นเป็นวัยรุ่นที่จะไม่มี พฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงเวลาอยู่ตามลำพังหรืออยู่กับมิตรสหาย

       • การสร้างความมั่นใจ พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จนั้น คือพ่อแม่ที่ทำให้ลูกรู้สึกถึงความมีคุณค่าและการเป็นที่รักของผู้อื่น ส่วนพ่อแม่ที่ชอบกวดขันหรือเข้มงวดกับลูกนั้นเท่ากับเป็นการสื่อถึง ความไม่เชื่อมั่น และทำให้ลูกรู้สึกว่าตัวเองนั้นด้อยค่าและด้อย ความสามารถ ลักษณะการสื่อสารเหล่านี้มีผลมากเป็นพิเศษต่อ ลูกสาว คำชมอย่างตรงไปตรงมาและการแสดงความรู้สึกในลักษณะ ให้กำลังใจจากพ่อ จะช่วยให้ลูกสาวรู้สึกมั่นใจในตัวเองและรู้สึกใน คุณค่าของตนเองมากขึ้น



       • ความเชื่อทางศาสนา ผลกระทบของความเชื่อทาง
ศาสนาจะเห็นได้ชัดที่สุดในช่วงที่ลูกเป็นวัยรุ่น งานวิจัยส่วนใหญ่
พบความสัมพันธ์ในทางกลับกันระหว่างความเชื่อทางศาสนากับ
พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในช่วงวัยรุ่น (การดื่มสุรา การเสพยา
เสพติด พฤติกรรมทางเพศ อาการซึมเศร้า ฯลฯ) นอกจากนี้ยังมี
การศึกษาอื่นๆ ที่รายงานถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง
ความเชื่อและกิจกรรมทางศาสนาของครอบครัวกับสุขภาพจิต
ของวัยรุ่นและความสุขในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่น
เพศชาย


      พ่อแม่ที่เป็นเพศตรงข้ามกับลูกนั้นมีความสำคัญเป็นพิเศษในการทำให้ลูกๆ รู้สึกได้รับการยอมรับและมีกำลังใจ ซึ่งเป็นเรื่องจริง
ทั้งในเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง แต่ดูจะมากเป็นพิเศษในเด็กผู้หญิง พ่อนั้นมีอิทธิพลมากที่สุดต่อความเข้มแข็งของลูกสาวในช่วงที่เป็น
วัยรุ่น และวัยศึกษาเล่าเรียน ลูกสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง พึ่งพาตัวเองได้ ประสบความสำเร็จ
ในการเรียนและการทำงานมากกว่าลูกสาวที่ห่างเหินกับพ่อหรือไม่มีพ่ออยู่ด้วย

ที่มา : http://www.americanthinker.com/2009/01/girls_need_a_dad_and_boys_need.html

 

 


  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.