LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

เซลล์ประสาทที่เกิดจากการกระตุ้นเซลล์จากเลือดจากสายสะดือ อาจเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาโรค

อัพเดทเมื่อวันที่ : 21 June 2018

ทางเลือกใหม่ที่อาจเปิดประตูไปสู่การรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายเซลล์สำหรับโรคเกี่ยวกับระบบประสาท

ลา จอลลา, แคลิฟอร์เนีย – เป็นเวลามากกว่า 20 ปีมาแล้วที่แพทย์ได้ใช้เซลล์จากเลือดที่อยู่ในรก และสายสะดือหลังคลอดของเด็ก
เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยมากมายหลายหลาก นับตั้งแต่มะเร็ง และภูมิคุ้มกันบกพร่องไปจนถึงโรคเกี่ยวกับเลือด และกระบวนการ
เผาผลาญอาหาร

ปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันซอล์คเพื่อการวิจัยทางชีววิทยาได้ค้นพบแนวทางใหม่โดยการใช้โปรตีนเชิงเดี่ยว อันเป็นที่รู้จัก
กันในชื่อว่า ทรานส์คริปชั่น แฟคเตอร์ เพื่อเปลี่ยนเซลล์เลือดในสายสะดือให้เป็นเซลล์ที่คล้ายกับเซลล์ประสาท ซึ่งอาจเป็นประโยชน์
ต่อการรักษาอาการเกี่ยวกับระบบประสาทได้หลากหลาย รวมไปถึงโรคหลอดเลือดสมองตีบแตก การได้รับการบาดเจ็บที่สมอง
และไขสันหลัง
นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า เซลล์จากเลือดในสายสะดือ ซึ่งมาจากเมโซเดิร์ม หรือเนื้อเยื่อชั้นกลางของเอ็มไบรโอนิก เจิร์ม เซลล์
สามารถเปลี่ยนไปเป็นเอ็กโตเดอร์มอลเซลล์หรือเนื้อเยื่อชั้นนอก ซึ่งจะเจริญเติบโตเป็นเซลล์สมอง ไขสันหลัง และเซลล์ประสาทได้
“การศึกษาวิจัยนี้แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกถึงการเปลี่ยนแปลงโดยตรงจากเซลล์ที่ได้มาจากสายสะดือมนุษย์ไปเป็นเซลล์ของ
ระบบประสาท ด้วยการกระตุ้นโดยใช้ทรานส์คริปชั่น แฟคเตอร์หนึ่งตัว” ศาสตราจารย์ฮวน คาร์ลอส อิสปิซัว เบลมอนเต
ศาสตราจารย์จากห้องปฏิบัติการทางการแสดงออกของยีน สถาบันซอล์ค ซึ่งเป็นผู้นำทีมวิจัยได้บอกว่า งานวิจัยนี้เกิดขึ้นภายใต้
ความร่วมมือกับศาสตราจารย์ เฟรด เอช. เกจ แห่งห้องปฏิบัติการทางพันธุกรรม สถาบันซอล์ค และทีมนักวิจัยของเขา ซึ่งงานวิจัย
ชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Proceeding of the National Academy of Science ฉบับวันที่ 16 กรกฎาคม
“สิ่งที่แตกต่างจากงานวิจัยชิ้นอื่นๆ ก็คือ จากที่เคยต้องใช้
ทรานส์คริปชั่น แฟคเตอร์หลายตัวในการเปลี่ยนเซลล์ผิวหนัง
ไปเป็นเซลล์ประสาท แต่วิธีการของเราจะใช้ทรานส์คริปชั่น
แฟคเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น เพื่อเปลี่ยนเซลล์เลือดจาก
สายสะดือไปเป็นเซลล์ของระบบประสาทที่ใช้งานได้จริง”
ศาสตราจารย์เกจกล่าว

นักวิจัยของสถาบันซอล์คได้ใช้รีโทรไวรัสเป็นตัวพา Sox2
ซึ่งเป็นทรานส์คริปชั่น แฟคเตอร์ที่ทำหน้าที่เหมือนสวิตช์
ในการพัฒนาการเจริญเป็นเซลล์ประสาทเข้าไปในเซลล์จาก
เลือดในสายสะดือ หลังจากทำการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ
พวกเขาพบว่ามีกลุ่มของเซลล์ที่แสดงลักษณะของเซลล์ประสาท
หลังการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ แล้ว พวกเขาประเมินว่า
เซลล์ตัวใหม่ที่เรียกว่าเซลล์ที่ถูกกระตุ้นมีคุณสมบัติคล้าย
เซลล์ประสาท (iNC) นี้สามารถส่งกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้
ว่าเซลล์นั้นเป็นเซลล์ประสาทที่เจริญเต็มที่แสะสามารถทำงานได้
นอกจากนี้แล้ว พวกเขาได้ทำการฉีดเซลล์ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่นี้
เข้าไปในสมองของหนูทดลอง และพบว่าเซลล์เหล่านั้นสามารถ
รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับโครงข่ายระบบประสาทในหนู และสามารถ
ส่งผ่านสัญญาณไฟฟ้าได้เช่นเดียวกับเซลล์ประสาทที่พัฒนา
เต็มที่แล้ว
“เรายังแสดงให้เห็นอีกว่า เซลล์ประสาทที่พัฒนามาจากเลือดในสายสะดือ สามารถเพิ่มจำนวนได้ภายใต้สภาพแวดล้อมจำเพาะ และ
ยังคงความสามารถในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ประสาทที่สมบูรณ์ ทั้งในห้องปฏิบัติการและในสมองของหนูทดลอง” โมลีซึ่งเป็น
นักวิทยาศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการในเบลมอนเต และยังเป็นผู้เขียนบทความร่วมกับอเลสซานดร้า จอร์เกตติ แห่งศูนย์เวชศาสตร์
ฟื้นฟูในบาร์เซโลน่า กับแครอล มาร์เชตโต จากห้องปฏิบัติการของศาสตราจารย์

เกจกล่าว “ถึงแม้ว่าเซลล์ที่เราพัฒนาขึ้นยังไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการเป็นเซลล์ระบบประสาทที่จำเพาะเจาะจง อย่างเช่นเซลล์ประสาท
สั่งการ หรือเซลล์ประสาทสมองส่วนกลาง แต่เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างเซลล์ประสาทกลุ่มย่อยขึ้นมาได้ในอนาคต”

ที่สำคัญก็คือ มาร์เชตโตได้กล่าวไว้ว่า “เราอาจจะสามารถใช้เซลล์เหล่านี้ในอนาคต เพื่อใช้สร้างเป็นแบบจำลองโรคทางระบบประสาท
เช่น ออทิสซึ่ม โรคจิตเภท โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์

จิออร์เกตติกล่าวว่า เซลล์ที่ได้มาจากสายสะดือ มีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าสเตมเซลล์ประเภทอื่นๆ ประการแรกเป็นเซลล์ที่ไม่ได้สกัด
มาจากตัวอ่อนของมนุษย์ ดังนั้น จึงทำให้มันไม่เป็นที่โต้แย้ง ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสเตมเซลล์ที่ได้มาจากผู้ใหญ่อย่างเช่น
สเตมเซลล์จากไขกระดูก จึงอาจทำให้เซลล์เหล่านี้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนไปป็นเซลล์ชนิดที่จำเพาะยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดเก็บเลือดจาก
สายสะดือนั้นมีความปลอดภัย และไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริจาค และที่สำคัญยังสามารถเก็บรักษา
ไว้ในธนาคารเลือดเพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลังได้
“หากงานวิจัยของเราได้รับการพัฒนาไปสู่การใช้ในการรักษาจริง
มันจะมีส่วนช่วยในการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ในอนาคต” ลีกล่าว
“คุณสามารถค้นหาข้อมูลจากธนาคารเลือดจากสายสะดือทั่วประเทศ
เพื่อหาตัวอย่างเลือดที่เข้ากันได้”

นักวิจัยคนอื่นๆ ในคณะจากสถาบันซอล์ค ได้แก่ ไดอาน่า หยู
หยางหลิง มู เซดริค บาร์ดี้ และกวาง ฮุย หลิว ส่วนราฟาเอลลา
ฟาซซินา, อันโตนิโอ อดาโม, ไอด้า พาราโมนอฟ, จูลิโอ คาสตานโย
คาร์โดโซ, มอนเซอราต์ บาร์ราแกน โมนาสเทอริโอ และริคคาร์โด
คาสซิอานี อิงโกนี เป็นนักวิจัยจากศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ในบาร์เซโลน่า

การวิจัยได้รับการสนับสนุนโดยสถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูแห่ง
แคลิฟอร์เนีย มูลนิธิลุ๊คเอาท์ มูลนิธิเพื่อการกุศล จี. แฮโรลด์ และ
ไลลา วาย. มาเทอร์ กองทุนเพื่อการกุศลลีโอน่า เอ็ม. และแฮรี่ บี.
เฮล์มสลี่ย์ มูลนิธิการแพทย์เจบีพี มิเนโค มูลนิธิเซลเล็กซ์และซาโนฟี
 

เกี่ยวกับสถาบันซอล์คเพื่อการวิจัยทางชีววิทยา
สถาบันซอล์คเพื่อการวิจัยทางชีววิทยาเป็นหนึ่งในสถาบันวิจัยพื้นฐานชั้นนำของโลก ซึ่งคณะทำงานต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในระดับ
นานาชาติจะตั้งข้อซักถามในเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตขั้นพื้นฐานในมุมมองใหม่ ภายใต้ความร่วมแรงร่วมใจกัน และ
สภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์ โดยเป้าหมายหลักมุ่งเน้นไปที่การค้นพบใหม่ ๆ และการให้คำปรึกษากับนักวิจัยรุ่นใหม่ นักวิทยาศาสตร์
ของสถาบันซอล์คได้ค้นพบวิธีที่ทำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ความชราภาพ โรคอัลไซเมอร์ เบาหวาน และโรคติดเชื้อ
ต่าง ๆ โดยการค้นคว้าวิจัยทางประสาทวิทยา พันธุกรรม เซลล์ พฤกษศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ความสำเร็จของคณะได้รับการยกย่องจากรางวัลเกียรติยศมากมาย รวมไปถึงรางวัลโนเบล และการได้เข้าเป็นสมาชิกของสถาบัน
วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2503 โดยนายแพทย์โจนาส ซอล์ค ผู้คิดค้นวัคซีนโรคโปลิโอ สถาบันนี้เป็น
องค์กรอิสระไม่มุ่งหวังผลกำไร และยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามโดดเด่นอีกด้วย

ที่มา : http://www.salk.edu
 

  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.