LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

โรคมือเท้าปากในเด็กเล็ก

อัพเดทเมื่อวันที่ : 21 June 2018
โรคมือเท้าปาก หรือคุณอาจรู้จักในชื่อค็อกแซคกี้ (Coxsackie) ซึ่งอาจเป็นโรคที่ฟังดูแล้วน่ากลัว แต่ในความเป็นจริง
โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด การรู้วิธีสังเกตและป้องกันโรคมือเท้าปาก จะเป็นวิธีที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณรู้สึกดีขึ้น
   
โรคมือเท้าปากในเด็กเล็กคืออะไร? โรคมือเท้าปากคือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะพบว่าเกิดจากเชื้อไวรัส
ค็อกแซคกี้ ที่ถูกตั้งชื่อตามเมืองค็อกแซคกี้ นิวยอร์ค โดยเป็นที่ๆ เชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรก ลักษณะเฉพาะ
ของโรคชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะทำให้เกิดการเจ็บป่วยเป็นระยะเวลาสั้นๆ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว ซึ่งชื่อของมัน
ก็มีที่มาจากอาการบ่งชี้ที่เห็นได้ชัด นั่นก็คืออาการตุ่มน้ำใสบริเวณมือ เท้า และปาก นั่นเอง

อาการของโรคมือเท้าปากที่พบได้ในเด็กเล็กเป็นอย่างไรบ้าง? แน่นอนว่าคุณจะพบตุ่มน้ำใสตามมือ เท้า และปากของเด็ก
แต่ก่อนที่คุณจะสังเกตเห็นตุ่มดังกล่าวนั้น คุณอาจพบว่าลูกน้อยมีอาการหงุดหงิดและงอแงไม่ค่อยอยากรับประทานอาหาร
เนื่องจากตุ่มน้ำใสมักจะก่อให้เกิดอาการระคายเคือง และมักจะเริ่มเกิดในปากของลูกน้อยก่อนเป็นที่แรก ซึ่งอาจทำให้เด็ก
ที่ติดเชื้อไวรัสค็อกแซคกี้นี้มีอาการไข้ขึ้นและเจ็บคอร่วมด้วย
   
มีวิธีการทดสอบเพื่อหาโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กหรือไม่? โรคมือเท้าปากเป็นโรคที่สามารถตรวจพบและสังเกตได้ง่าย
โดยขึ้นอยู่กับอาการที่ปรากฏในเด็ก แต่ในกรณีที่ไม่แน่ใจถึงอาการที่พบ อาจให้แพทย์ของคุณส่งตัวอย่างเซลล์จากด้านในคอ
ของลูกน้อยไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อวิเคราะห์หาว่ามีเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปากหรือไม่ และในบางครั้งก็อาจ
มีการตรวจจากตัวอย่างอุจจาระด้วยเช่นกัน

โรคมือเท้าปากในเด็กเล็กพบได้บ่อยแค่ไหน? โรคนี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก ซึ่ง นายแพทย์เจฟฟรีย์ คาห์น
ผู้อำนวยการศูนย์กุมารเวชศาสตร์โรคติดต่อ โรงพยาบาลเด็กในเมืองดัลลาส ได้กล่าวว่า “เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่กระจาย
ไปได้อย่างง่ายดาย” โดยส่วนมากมักจะพบโรคมือเท้าปากในเด็กทั่วไปที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ
   
ลูกน้อยของคุณติดเชื้อโรคมือเท้าปากได้อย่างไรบ้าง?
ชื่อของโรคนี้อาจจะฟังแล้วไม่น่าดูสักเท่าไหร่ โดยสาเหตุ
การติดต่อของโรคมือเท้าปากนั้น เกิดขึ้นได้ตั้งแต่การ
รับประทานไปจนถึงการขับถ่าย ไม่ได้หมายความว่าเด็ก
ไปทานของเสียจากการถ่ายหนักของเพื่อน แต่หมายถึง
สิ่งสกปรกที่หกล้นออกมาจากผ้าอ้อม การไม่ล้างมือ
ให้สะอาด หรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่สะอาด 100% ซึ่งเกิดขึ้นได้
ตลอดเวลา นอกจากนี้ เชื้อโรคยังสามารถ แพร่กระจาย
ติดต่อได้ทั้งทางน้ำลายและน้ำมูก จึงไม่เป็นเรื่องที่
น่าแปลกใจเลยที่โรคนี้จะมีการระบาดภายในสถานรับเลี้ยงเด็ก
ได้อย่างง่ายดาย
   
วิธีใดเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาโรคโรคมือเท้าปากในเด็กเล็ก? อันที่จริงแล้วโรคมือเท้าปากยังไม่มีวิธีการรักษาที่เฉพาะ
เจาะจงเมื่อเกิดการติดเชื้อขึ้น อาการของโรคจะดำเนินไปจนครบวงจร และสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะสามารถทำได้ก็คือการทำให้ลูกน้อย
รู้สึกสบายที่สุดในช่วงที่ลูกกำลังมีอาการ ซึ่งการรับประทานอาหารอาจทำให้เด็กมีอาการเจ็บได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลือกอาหาร
เหลวหรืออาหารอ่อนๆ ให้เด็กรับประทาน และในกรณีที่จำเป็นอาจให้ยาแก้ปวด Acetaminophen (พาราเซตามอล) เพื่อช่วย
ลดไข้และบรรเทาปวดร่วมด้วย
   
สิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อป้องกันไม่ให้
ลูกน้อยติดเชื้อโรคมือเท้าปาก?

การรักษาสุขอนามัยที่ดีเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด โดยเริ่มจากการ
ตรวจสอบกระบวนการทำความสะอาดในสถานรับเลี้ยงเด็กของ
ลูกคุณอีกครั้ง และผู้ดูแลเด็กควรจะต้องล้างมือทุกครั้งหลัง
เปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับเด็ก รวมถึงของเล่นต่างๆ ควรได้รับการทำ
ความสะอาดฆ่าเชื้อโรคอยู่เป็นประจำ และตัวคุณเองก็ควรล้าง
มือให้ลูกทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือของว่าง

ผู้เป็นแม่คนอื่นๆ ดูแลลูกน้อยอย่างไรกันบ้าง
เมื่อลูกป่วยด้วยโรคโรคมือเท้าปาก?

“ลูกสาวของฉันเป็นโรคนี้อีกแล้วค่ะ อาการน่าเป็นห่วงมากทีเดียว
ไข้ขึ้นสูง 40.5 องศาเซลเซียส และเจ็บปวดไปทั้งตัวเลยค่ะ
ที่แย่ที่สุดก็คือ เมื่อโรคนี้เกิดขึ้นที่คอ จะทำให้แกไม่อยากดื่มหรือ
กินอะไรเลย และการขาดน้ำก็เป็นปัญหาใหญ่สำหรับโรคนี้
นอกจากนี้ ฉันยังกลัวอีกด้วยว่าลูกอีกคนที่อายุเพิ่งจะ 2 เดือน
จะติดไปด้วย แต่กุมารแพทย์ก็บอกไว้ว่าแกยังมีภูมิคุ้มกันโรคจาก
ฉันอยู่ แกจึงไม่น่าจะติดโรคนี้ค่ะ แต่หมอเองก็ไม่ได้รับปาก และ
ไม่ได้บอกให้โทรหาหมอทันที่ที่มีอาการจากเชื้อไวรัสนะคะ”
“ลูกของฉันอายุสองขวบและมีตุ่มในปากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน แกมีไข้ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว ก็คิดว่าอาการทุกอย่างดีขึ้น
แล้วนะคะ แต่ก็เพิ่งมาเห็นตุ่มพองที่เท้าของลูกเมื่อสองวันก่อน ซึ่งตอนนี้ลูกของฉันอีกคนที่อายุสามขวบครึ่ง ก็เริ่มมีตุ่มที่มือ
และเท้าเช่นกันเด็กทั้งสองคนดูซึมๆ แต่ก็ไม่ได้มีอาการร้ายแรงอะไรค่ะ”

“ลูกชายคนโตของฉันเคยเป็นหลายครั้งตอนยังเล็กค่ะ และพบว่าแต่ละครั้งที่เป็นนั้น เขาติดมาจากสนามเด็กเล่นในร่มที่เล่นประจำ
เราจึงเลิกพาลูกเล่นไปที่นั่น และจากนั้นสนามเด็กเล่นก็ปิดตัวลง ฉันก็เลยคิดว่าพวกเขาคงจะมีปัญหาในเรื่องของความสะอาดค่ะ”
 
อ้างอิง : The Bump Expert: Jeffrey Khan, MD, Director of Pediatric Infectious Deseases, Children’s Medical
Center, Dallas, USA
 

  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.