LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

วิธีรับมือเมื่อหนูน้อยร้องไห้

อัพเดทเมื่อวันที่ : 19 December 2018

การรับมือเด็กร้องไห้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ทั่วโลกต้องเผชิญ และก็เป็นประสบการณ์ที่น่าหงุดหงิดที่สุด
อย่างหนึ่ง

การร้องไห้ดีต่อสุขภาพ
พ่อแม่ต้องตระหนักว่าการร้องไห้เป็นพัฒนาการของเด็กตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง ความจริงแล้วการร้องไห้เป็นสิ่งแรกๆ อย่างหนึ่งที่แพทย์
และพยาบาลต้องการเห็น เพื่อเป็นสัญญาณว่าเด็กแรกเกิดนั้นมีสุขภาพแข็งแรงและตื่นตัวดี การร้องไห้เป็นพฤติกรรมที่จำเป็นและมี
ประโยชน์สำหรับเด็กทารกทุกคน เป้าหมายหลักที่เด็กทารกร้องไห้ก็คือเพื่อต้องการจะสื่อสารกับคุณนั่นเอง การร้องไห้เป็นวิธีที่ลูกน้อย
ต้องการจะบอกว่าเจ็บปวด หิว จุกเสียด เบื่อ ไม่สบายตัว ผ้าอ้อมเปียกแฉะ หรือถูกกระตุ้นมากเกินไป

การเรียนรู้ความหมายของการร้องไห้
การทำความเข้าใจความหมายของการร้องไห้ในเด็กทารกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย พ่อแม่ต้องอาศัยเวลาสักพักเพื่อให้เคยชินกับการร้องไห้
ของเด็ก และเรียนรู้ว่าหมายถึงอะไร ในตอนแรกเสียงร้องไห้อาจฟังดูเหมือนกันหมด แม้ว่าพ่อแม่จะตั้งใจฟังสักเพียงใดก็ตาม แต่หลังจาก
ได้ติดตามฟังอย่างใส่ใจและตอบสนองต่อเสียงร้องไห้ของลูกน้อยแรกเกิดไปเรื่อยๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์คุณก็จะเริ่มสามารถถอดรหัส
เสียงร้องของลูกได้ และเริ่มเข้าใจว่าลูกน้อยพยายามจะบอกอะไรกับคุณ
 

เด็กๆ ร้องไห้ไม่เหมือนกัน
ไม่มีเด็กคนไหนร้องไห้แล้วเหมือนเดิมทุกครั้ง นอกจากนี้ไม่มีเด็กคู่ไหน
ที่จะมีบุคลิกทางอารมณ์ (บุคลิกลักษณะที่เกิดมาพร้อมกับเด็ก)
เหมือนกัน (แม้แต่แฝดแท้ไม่ว่าจะเป็นแฝดสองหรือแฝดสามก็ตาม)
เด็กบางคนจะร้องไห้บ่อยกว่าเด็กคนอื่นๆ

โดยเฉพาะในช่วงอายุ 3 ถึง 12 สัปดาห์ เด็กทารกมักจะร้องไห้ในช่วง
เวลาเริ่มบ่ายหรือเย็น ส่วนใหญ่เป็นแค่การปลดปล่อยอารมณ์หรือ
พลังงานในตัว สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำในที่นี้คือ การร้องไห้เป็นส่วนหนึ่ง
ของพัฒนาการตามธรรมชาติของเด็กทารก ซึ่งหมายความว่าเด็กๆ
ไม่ได้ร้องไห้อย่างนี้ตลอดไป! ท้ายที่สุดแล้ว เด็กทุกคนก็จะโตขึ้นและ
เลิกร้องไห้ไปเอง

สิ่งที่ควรทำเมื่อเจ้าตัวเล็กร้องไห้
หนทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับการร้องไห้อย่างหนัก คือการตอบสนองอย่างรวดเร็ว และพยายามทำตามความต้องการของเด็ก พ่อแม่
หลายคนกลัวว่าการตอบสนองในทันทีต่อการร้องไห้ของลูกน้อยจะทำให้เด็กเคยตัว แต่ความจริงแล้วเมื่อคุณตอบสนองต่อเสียงร้องขอ
ความช่วยเหลือ ลูกของคุณก็อาจจะร้องไห้น้อยลง บางครั้งยิ่งเด็กร้องไห้นานแค่ไหน ก็ยิ่งทำให้เด็กหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น และจะยิ่งทำให้
ปลอบยากขึ้นไปด้วย

เมื่อลูกของคุณร้องไห้ ก่อนอื่นต้องประเมินสถานการณ์ และต้องตอบสนองต่อความต้องการที่กดดันมากที่สุดก่อน ตัวอย่างเช่น เปลี่ยน
ผ้าอ้อม ป้อนอาหาร จับเด็กเรอ หรือเปลี่ยนท่าทางให้เด็ก เมื่อความต้องการพื้นฐานได้รับการตอบสนอง ก็จะทำให้มีอีกหลายหนทางที่
สามารถทำให้เด็กสงบลงได้ ส่วนใหญ่มักต้องอาศัยการสัมผัสเด็ก เพื่อให้เด็กคลายกังวล และทำให้สภาพแวดล้อมสบายขึ้น บางครั้ง
ก็ไม่มีอะไรที่จะช่วยคลายกังวล และเป็นการทะนุถนอมได้มากไปกว่าการสัมผัสแบบตัวต่อตัวในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย เช่น
นั่งอุ้มทารกบนเก้าอี้โยก แล้วลูบศีรษะเด็กทารกอย่างแผ่วเบา คอยตบเบาๆ ที่แผ่นหลังและหน้าอก เป็นต้น
 


การรับมือกับความฉุนเฉียว
แม้เราจะรู้ว่าเสียงร้องไห้นั้นจะไม่ดังไปตลอด แต่เมื่อหนูน้อยผู้ร่าเริงกลายเป็นหนูน้อยเจ้าน้ำตา นั่นก็อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่น้ำตาตกได้
เช่นกัน อาการร้องไห้ที่ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุด โดยเฉพาะตอนที่เด็กน้อยกรีดร้องเสียงแหลมด้วยนั้น ถือเป็นการทดสอบความอดทนของ
ผู้เป็นพ่อแม่ คุณตรวจดูผ้าอ้อมก็แล้ว ลองป้อนอาหารก็แล้ว พยายามให้เด็กเรอก็แล้ว กล่อมก็แล้ว ไม่มีอะไรได้ผลเลย พ่อแม่ส่วนใหญ่เริ่ม
หงุดหงิดและหมดหนทาง บางรายถึงขั้นโมโหจนแทบอยากจะจับตัวเด็กมาเขย่า

โปรดจำไว้ว่าคุณต้องหยุดพักเสียบ้าง แม้ว่ามันจะหมายความว่าคุณต้องวางเด็กลงในเปลแล้วเดินจากมาสัก 2-3 นาที ลองสูดลมหายใจ
ลึกๆ เพื่อให้คุณเองสงบลง การทำเช่นนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออย่าเอาเรื่องเด็กร้องไห้มาเป็นอารมณ์ ไม่มีพ่อแม่คนใดสามารถปลอบลูกน้อยของตนให้สงบลงได้ทุกครั้งที่แกร้องไห้
ดังนั้น จึงไม่ควรคาดหวังว่าคุณจะสามารถทำได้ และโปรดจำไว้ว่าต้องอาศัยเวลาในการหาคำตอบว่าลูกน้อยพยายามจะบอกอะไรกับคุณ
และในบางครั้งมันก็ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดเบื้องหลังการร้องไห้นั้น

การรับมือกับเด็กร้องไห้เป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเผชิญ จำไว้ว่าเด็กทารกร้องไห้เพราะมีเหตุผล
บางประการ เสียงครวญคราง กรีดร้อง และโหยหวนเหล่านั้น คือความพยายามครั้งแรกของเด็กในการพูดคุยกับคุณ ควรสงบนิ่งเมื่ออยู่
ต่อหน้าเด็กที่กำลังร้องไห้อาละวาด และจดจำไว้เสมอว่าการร้องไห้นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพัฒนาการด้านสุขภาพลูกน้อยของคุณ

เอกสารอ้างอิง:
American Academy of Pediatrics. (2004). Caring for your baby and young child: Birth to age 5. New York: Bantam Books.
Brazelton, T. B. (1992). Touchpoints: Your child's emotional and behavioral development. Reading, MA: Addison-Wesley.
Eisenberg, A., Murkoff, H., and Hathaway, S.E. (2003). What to expect the first year. (2nd ed.) New York:
Workman Publishing.

 

 


  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.