LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

แม่ท้องโลหิตจาง ส่งผลถึงลูกไหม

อัพเดทเมื่อวันที่ : 18 January 2018

Q: เพิ่งไปพบหมอสูติฯ มาค่ะ ตรวจเลือดแล้วปรากฏว่า เลือดจางกว่าปกติ
ก่อนท้องไม่เคยมีอาการโลหิตจางมาก่อน พอรู้ตัวว่าท้องก็พยายามกินอาหาร
ที่มีธาตุเหล็กมากๆ แล้ว แต่เลือดก็ยังจางอยู่ดี แบบนี้จะส่งผลถึงลูกไหมคะ


A: อาการโลหิตจางเป็นภาวะที่พบได้ขณะตั้งครรภ์ ปกติแล้วปริมาณเลือดหรือ
ปริมาณเม็ดเลือดแดง จะมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์เฉลี่ย 33-38 % หรือใช้หน่วย
เป็น g/dl เม็ดเลือดแดงก็ควรเฉลี่ยมากกว่า 12 g/dl ช่วงตั้งครรภ์ปริมาณน้ำเลือด
จะเพิ่มมากกว่าปริมาณเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เลือดจางกว่าปกติ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่สอง เลือดจะจางมากที่สุด


แต่ไม่ว่าเลือดจะจางอย่างไร เม็ดเลือดแดงของว่าที่คุณแม่ก็ต้องมากกว่า
11.5 g/dl ถ้าเม็ดเลือดแดงน้อยกว่า 11.5 g/dl แพทย์ต้องรีบวินิจฉัยหาสาเหตุ
เพราะอาจทำให้เด็กคลอดก่อนกำหนด ถ้าคลอดก่อนกำหนดมากๆ เด็กอาจเป็น
อันตราย หรือจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพราะปอดยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
นอกจากนี้ อาการเลือดจางยังอาจต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของทารก
ในครรภ์ ทำให้เด็กตัวเล็ก เติบโตช้า แม้ว่าจะคลอดเมื่อครบกำหนด ก็อาจมี
น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ปกติได้

 

สาเหตุการเกิดภาวะโลหิตจาง
ภาวะโลหิตจางในแม่ตั้งครรภ์ อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่
• ขาดธาตุเหล็ก
• ขาดกรดโฟลิค เพราะกินอาหารไม่ครบถ้วน เช่น ไม่กินผักสด หรือพืชประเภทถั่ว
• สูญเสียเลือดขณะตั้งครรภ์ เช่น มีภาวะรกเกาะต่ำ ทำให้เลือดออกทางช่องคลอดเป็นระยะๆ
• ว่าที่คุณแม่เป็นพาหะหรือมีพันธุกรรมแฝงของธาลัสซีเมีย โดยสถิติคนไทยเป็นพาหะของโรคนี้กันค่อนข้างมาก
• มีความผิดปกติของไขกระดูก แต่โรคนี้พบได้น้อย

การวินิจฉัยว่าเป็นภาวะโลหิตจางหรือไม่ ต้องตรวจเลือดเพิ่มเติม
หลังจากนั้นสูติแพทย์ก็จะรักษาอาการตามสาเหตุ ถ้าเกิดจากการขาด
ธาตุเหล็ก เพียงแค่เพิ่มธาตุเหล็กให้คุณแม่ พัฒนาการของทารกในครรภ์
ก็จะเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์


แต่ถ้าเป็นภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการเป็นพาหะหรือมีพันธุกรรมแฝงของ
ธาลัสซีเมีย แพทย์จำเป็นต้องตรวจเลือดของคู่สมรสด้วย หากว่าที่คุณแม่
เป็นพาหะของธาลัสซีเมียเพียงคนเดียว ทารกในครรภ์ก็จะเป็นปกติ แต่มี
โอกาสเป็นพาหะหรือมีพันธุกรรมแฝงเหมือนแม่ ประมาณร้อยละ 50
แต่ถ้าตรวจพบว่าว่าที่คุณพ่อเป็นพาหะของธาลัสซีเมียด้วย เด็กในท้อง
จะมีโอกาสเป็นโรคธาลัสซีเมีย ร้อยละ 25


แม่ท้องต้องรู้ : โรคธาลัสซีเมีย
โรคธาลัสซีเมียเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เด็กที่เป็นธาลัสซีเมีย
จะมีภาวะซีดตั้งแต่แรกเกิด เซลเม็ดเลือดแดงแตกตัวเร็ว ทำให้เลือดจาง
ตับม้ามโต เพราะต้องสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มตลอดเวลา และต้องเปลี่ยน
ถ่ายเลือด ทำให้ร่างกายมีธาตุเหล็กเกิน จากการได้เลือดทดแทน
พัฒนาการของรูปหน้าจึงผิดปกติ ให้รูปร่างแคระแกรน แต่สติปัญญาปกติ
การตรวจเลือดหาพันธุกรรมแฝงของธาลัสซีเมียตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้
คู่สมรสวางแผนการมีบุตร และวินิจฉัยทารกในครรภ์ได้ตั้งแต่ก่อนจะคลอด
ว่าจะเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือไม่

แม่ท้องโลหิตจาง...คลอดธรรมชาติได้ไหม
ว่าที่คุณแม่ที่มีภาวะโลหิตจาง สามารถคลอดธรรมชาติได้ แต่สูติแพทย์จะต้องแก้ไขภาวะนี้ ไม่ปล่อยให้เลือดจางไปจนถึงกำหนดคลอด
คุณแม่จึงจำเป็นต้องกินวิตามินที่มีธาตุเหล็กและกรดโฟลิค รวมถึงอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้นจน
ใกล้เคียงกับระดับปกติ

เสริมธาตุเหล็กให้แม่ตั้งครรภ์
สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง ก็จำเป็นต้องเสริมธาตุเหล็กเช่นเดียวกัน การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามปกติ ไม่สามารถชดเชย
ธาตุเหล็กให้เพียงพอกับพัฒนาการของลูกในท้อง เพราะธาตุเหล็กเป็นสารอาหารที่ร่างกายดูดซึมได้น้อย เพียงร้อยละ 10 ของปริมาณ
ที่กินเข้าไปเท่านั้น

ดังนั้นว่าที่คุณแม่จึงควรกินวิตามินเสริมที่มีปริมาณธาตุเหล็กอย่างน้อย 60-70 มิลลิกรัมต่อวันจึงจะเพียงพอ วิตามินนี้ควรมีกรดโฟลิค
อยู่ด้วย แต่ส่วนใหญ่สูติแพทย์จะให้วิตามินเสริมที่มีทั้งธาตุเหล็กและกรดโฟลิกอยู่แล้ว ว่าที่คุณแม่ควรกินผักสด ถั่วและธัญพืช รวมถึง
โปรตีนจากเนื้อสัตว์ทุกวันด้วยค่ะ

ที่มา : www.real-parenting.com

 


  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.