LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

ภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

อัพเดทเมื่อวันที่ : 21 June 2018

ภาวะซึมเศร้าเป็นมากกว่าความรู้สึกเศร้าหมองหรือหดหู่เพียงแค่ 2-3 วัน
แต่เป็นอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับสมอง ด้วยความรู้สึกทางลบ ไม่ว่าจะเป็น
ความเศร้า วิตกกังวล หรือความรู้สึกว่างเปล่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้
ชีวิตประจำวัน อาจอยู่ในระดับบางเบาหรือรุนแรง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาได้

ภาวะซึมเศร้าเป็นปัญหาที่เกิดได้บ่อยทั้งในช่วงระหว่างตั้งครรภ์และหลัง
คลอด ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์มีภาวะนี้ สังเกตได้จากอาการกระวนกระวาย อารมณ์เสีย เศร้า สิ้นหวัง กินมากหรือน้อยเกินไป ปวดหัว มีปัญหาด้านความจำ ฯลฯ ซึ่งหากคุณมีอาการเหล่านี้นานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์

ภาวะซึมเศร้าเป็นอาการป่วยทางจิตที่มักจะถ่ายทอดภายในครอบครัว
เชื่อกันว่าการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือโครงสร้างในสมองเป็นปัจจัยสำคัญ
และเหตุการณ์ตึงเครียดในชีวิตสามารถกระตุ้นอาการซึมเศร้า ผู้หญิงจะมี
ความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าในช่วงหนึ่งของชีวิต เช่น ช่วงระหว่างตั้งครรภ์
หรือหลังคลอด ช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และช่วงวัยทอง สตรีหลายคนมีอาการช่วงก่อนมีประจำเดือน

ภาวะซึมเศร้ามีอาการแตกต่างกัน กล่าวคือ ผู้หญิงที่มีภาวะซึมเศร้าปกติ (Baby Blues) หลังคลอดจะมีอารมณ์แปรปรวน
รู้สึกเศร้า วิตกกังวล เบื่ออาหาร มีปัญหาเรื่องการนอน ซึ่งโดยส่วนใหญ่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 2-3 วัน หรือ 1 สัปดาห์
อาการจะไม่รุนแรงและไม่จำเป็นต้องได้รับการบำบัด ในขณะที่ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) จะอยู่นาน
และรุนแรงกว่า โดยจะเกิดขึ้นในช่วงใดก็ได้ภายใน 1 ปีหลังคลอด อาจมีอาการอยากทำร้ายลูก อยากทำร้ายตัวเองไม่สนใจลูก
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจึงจำเป็นต้องได้รับการบำบัด

มากไปกว่านั้น มารดาอาจมีอาการโรคจิตหลังคลอด(Postpartum Psychosis) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ยาก เกิดขึ้นเพียง 1-4 คน
ต่อ 1,000 คน โดยปกติจะเริ่มมีอาการใน 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด มารดาที่ป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้วหรือ Schizoaffective
Disorder หรือโรคจิตอารมณ์จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคจิตหลังคลอด สังเกตจากอาการเห็นสิ่งต่างๆ ที่ไม่มีอยู่จริง รู้สึกสับสน
อารมณ์แปรปรวนอย่างรวดเร็ว พยายามทำร้ายลูกหรือตัวเอง
 

 

ภาวะซึมเศร้าสามารถบำบัดได้ 2 วิธี คือการบำบัดด้วยการพูดคุย
กับนักจิตบำบัด นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์เพื่อเรียนรู้
วิธีแก้ไขเปลี่ยนแปลงความคิด ความรู้สึก หรือการกระทำที่เกิดขึ้น
จากภาวะซึมเศร้า และการบำบัดด้วยยา โดยแพทย์จะจ่ายยา
รักษาโรคซึมเศร้าให้คุณ วิธีการรักษาเหล่านี้อาจใช้ร่วมกันหรือ
แยกกันก็ได้

การตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าโดยไม่รักษาอาจทำร้ายตัวคุณ
และลูกน้อยของคุณ มารดาที่มีภาวะซึมเศร้าบางรายจะ
ประสบความยากลำบากในการดูแลตนเองในช่วงตั้งครรภ์
อาจกินอาหารได้น้อย น้ำหนักตัวน้อย มีปัญหาด้านการนอน
การรักษาจึงเป็นสิ่งจำเป็นทั้งต่อมารดาและทารก
ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์หรือความเสี่ยงของ
การใช้ยาบำบัดขณะที่ตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วง ให้นมลูก

ภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์หากไม่ได้รับการบำบัดอาจทำ
ให้เกิดปัญหา ระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างคลอด ทารกคลอด
น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน และภาวะคลอดก่อนกำหนด
ของมารดา ส่วนภาวะซึมเศร้าหลังคลอดอาจมีผลต่อร่างกาย
ทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรง สับสน หงุดหงิด ไม่สามารถดูแลและ
ตอบสนองความต้องการของลูกน้อยได้ผลที่ตามมา
คือคุณจะรู้สึกผิดและสูญเสียความมั่นใจ
ในความเป็นแม่ ความรู้สึกเหล่านี้จะทำให้ภาวะซึมเศร้าแย่ลงไปอีก

ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าภาวะซึมเศร้าในมารดาจะส่งผลกระทบต่อลูก
ในด้านต่างๆ ทารกอาจมีปัญหาความประพฤติ พัฒนาการ
ด้านภาษาล่าช้า ปัญหาความผูกพัน แม่ลูก ลูกงอแงมาก
แต่ปัญหาเหล่านี้คู่ของคุณหรือผู้ดูแลเด็กสามารถเข้ามาเติมเต็ม
ความต้องการของลูกน้อยในยามที่มารดาซึมเศร้าได้
 

เด็กทุกคนสมควรได้รับโอกาสที่จะอยู่กับแม่ที่มีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี และคุณแม่ก็สมควรได้รับโอกาสที่จะมีความสุข
ในชีวิตตนเองและเจ้าตัวน้อย หากคุณรู้สึกว่ามีอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอด อย่าเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว
ให้พูดคุยกับคนรักหรือโทรหาแพทย์ทันที

ที่มา : www.womenshealth.org

 


  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.