LANGUAGE : TH | EN
- 10 วิธีโรแมนติกกับภรรยาในช่วงตั้งครรภ์
- 10 สูตรน้ำผลไม้สดและสมูทตี้ที่เด็กๆ จะต้องหลงรัก
- 10 กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว
- 10 วิธีง่ายๆ ที่จะแสดงให้ลูกๆ รู้ว่าคุณรักพวกเขาทุกวัน
- 10 สุดยอดทักษะที่เด็กๆ เรียนรู้จากศิลปะ
ดูทั้งหมด

การนำสเตมเซลล์จากผู้ป่วยไปสร้าง "จอประสาทตาระยะแรกในห้องทดลอง"

อัพเดทเมื่อวันที่ : 21 June 2018
เมืองแมดิสัน รัฐวิสคอนซิน – ในไม่ช้าจะมีการพัฒนาและทดสอบวิธีการรักษาอาการตาบอดโดยใช้เนื้อเยื่อที่มีลักษณะคล้ายจอ
ประสาทตา (retina) ซึ่งผลิตขึ้นจากผิวหนังของผู้ป่วยเองได้แล้ว โดยการค้นพบดังกล่าวนี้ถูกรายงานโดยทีมนักวิจัยด้านสเตมเซลล์
จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน
รูปภาพจากกล้องจุลทรรศน์ที่ปรากฏอยู่นี้คือภาพของสเตมเซลล์แบบอินดิวซ์พลูริโพเทนท์ (induced pluripotent stem cells)
ของมนุษย์ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายจอประสาทตา ถุงน้ำหรือโครงสร้างจอประสาทตาในระยะแรกนี้ก่อตัวขึ้นมาใน
ห้องทดลองมีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงมากกับเซลล์ที่พบการสร้างดวงตาของมนุษย์ในระยะแรก เซลล์สีแดงคือจอประสาทตา ส่วนเซลล์
สีเขียวคือเซลล์ที่กำลังแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
 
ทีมนักวิจัย ซึ่งนำโดย ดร. เดวิด แกมม์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสเตม
เซลล์และจักษุแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์และสาธารณสุขของ
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน พร้อมด้วย ดร. เจสัน เมเยอร์ อดีตนัก
วิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดียวกัน ได้นำสเตมเซลล์แบบ
เอมบริโอนิก (ES) และสเตมเซลล์แบบอินดิวซ์พลูริโพเทนท์ (iPS)
ของมนุษย์มาผลิตโครงสร้างสามมิติที่เหมือนกับลักษณะในระยะ
แรกของการสร้างจอประสาทตา

ห้องทดลองของแกมม์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ไวส์แมน เซ็นเตอร์ใน
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสันนั้น ได้ทำการแยกโครงสร้างจอ
ประสาทตาระยะแรกออกจากกลุ่มเซลล์อื่น และเลี้ยงเซลล์เหล่านั้น
ไว้เป็นชุด ๆ ในห้องทดลอง ที่ซึ่งได้เกิดการสร้างเซลล์ประเภทที่
ส่วนใหญ่จะพบในจอประสาทตา ซึ่งรวมถึงเซลล์รับแสง
(photoreceptors) และเซลล์สร้างเม็ดสีเยื่อบุประสาทจอตา
(retinal pigment epithelium: RPE) ด้วย

ที่สำคัญ เซลล์จากโครงสร้างเหล่านี้เติบโตและตอบสนองอย่าง
เหมาะสมต่อสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่โดยทั่วไปของจอ
ประสาทตา ทำให้เซลล์ดังกล่าวมีประโยชน์ทั้งทางด้านการศึกษา
ว่าจอประสาทตาของมนุษย์มีการสร้างขึ้นมาได้อย่างไร และทำ
อย่างไรจึงจะทำให้เซลล์ทำงานได้ต่อไปในช่วงที่ต้องเผชิญกับโรค

เพื่อเป็นการสาธิตศักยภาพนี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-
แมดิสันได้ทดลองสร้างโครงสร้างของจอประสาทตาระยะแรกนี้ขึ้น
จากเซลล์ผิวหนังของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งป่วยเป็นโรคหายากชนิดหนึ่ง
ที่ทำให้ตาบอด นั่นคือ โรคไจเรท อะโทรฟี (Gyrate atrophy) และ
สร้างให้เซลล์นั้นกลายเป็นเซลล์เม็ดสีเยื่อบุประสาทจอตา ซึ่งเป็น
ประเภทของเซลล์หลักที่ได้รับผลกระทบจากโรคชนิดนี้ จากการ
ทดสอบเซลล์ที่ทำขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าปริมาณของวิตามินบี 6 ใน
ระดับสูงซึ่งเป็นสารประกอบที่บางครั้งถูกนำไปใช้ในการรักษาโรค
ไจเรท อะโทรฟี อาจเอาชนะกระบวนการกลายพันธุ์ของยีนที่ทำให้
เกิดโรคนี้ของผู้ป่วยได้

ในการทดสอบครั้งที่สอง นักวิทยาศาสตร์ยังได้แก้ไขปัญหาโดยการ
“สลับ” ยีนด้อยของผู้ป่วยกับยีนปกติโดยใช้กระบวนการที่ได้อธิบาย
ไว้ข้างต้นไปเมื่อต้นปีนี้ ดำเนินการทดลองโดยสมาชิกในทีมนักวิจัย
เฉพาะทาง ได้แก่ ดร.ซารา โฮว์เดน และ ดร. เจมส์ ธอมสัน จาก
สถาบันมอร์กริดจ์

ผลลัพธ์สะท้อนสัญญาณในทางคลินิกอันดีของงานวิจัยด้านสเตม
เซลล์ แต่แกมม์ชี้แจงอย่างระมัดระวังว่ายังมีงานอีกมากมายที่ต้อง
ทำให้เสร็จ
 
“อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่าวันหนึ่งเราอาจสร้างบางอย่างที่คล้ายคลึงกับจอประสาทตา ซึ่งเป็นหนึ่งในเนื้อ
เยื่อที่มีคุณสมบัติเฉพาะที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายมนุษย์ขึ้นจากผิวหนังของเราเองได้” แกมม์กล่าว เขาได้รับแรงบันดาลใจจากผลการ
ทดลองของดร.โยชิกิ ซาไซ ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเซลล์ ES ในหนูสามารถนำมาผลิตเนื้อเยื่อจอประสาทตาที่มี
ความซับซ้อนสูงได้ในจานทดลอง

ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เซลล์ iPS ของมนุษย์จะสามารถช่วยพัฒนาสาขาการแพทย์เพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล (personalized
medicine) ได้ด้วยการทำให้เราสามารถเข้าถึงเซลล์ที่ไม่สามารถแยกออกจากร่างกายผู้ป่วยขณะยังมีชีวิตได้อย่างปลอดภัย นอกจานั้น
เซลล์ที่ปรับแต่งเฉพาะเหล่านี้สามารถนำไปใช้เพื่อทดสอบผลกระทบของวิธีการรักษาอันทันสมัย (เช่นการบำบัดโรคด้วยยีน) หรือยา
รักษาโรคที่ใช้กันทั่วไปได้

"ในกรณีของเรานั้น เคยมีความเชื่อว่าผู้ที่เป็นโรคไจเรทอะโทรฟี (gyrate atrophy) ไม่ตอบสนองต่อการบำบัดด้วยวิตามินบี 6
เมื่อดูจากผลการทดลองเดิม ๆ แต่การทดสอบโดยการใช้เซลล์เยื่อบุประสาทจอประสาทตาของคนไข้เองนั้นให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม”
แกมม์กล่าว “นี่คืออีกตัวอย่างของวิธีการที่เราอาจนำสเตมเซลล์มาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในอนาคตอันใกล้”

งานวิจัยนี้ ตีพิมพ์ทางอินเทอร์เน็ต ในวารสารชื่อสเตมเซลล์ (Stem Cells)
 
ทีมวิจัยของแกมม์ประกอบด้วย:

• ดร. เจสัน เอส เมเยอร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย IUPUI
• ลินดา ไรท์ ไคล์ วอลเลซ, อะมีเลีย เกอร์เนอร์, ดร. เจมส์ ธอมสัน และ ดร. ซารา โฮว์เดน จากสถาบันวิจัยมอร์กริดจ์ของ
  มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน
• ดร. ไบคาช พัตไนค์ จากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
แกมม์เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้าน จักษุวิทยาและวิทยาศาสตร์การมองเห็น และเป็นสมาชิกของ สถาบันวิจัยดวงตาของ
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน

การวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนโดยรางวัลการวิจัยเพื่อการเปลี่ยนแปลงไวนน์-กุนด์ของมูลนิธิต่อต้านภาวะตาบอด (Foundation
Fighting Blindness Wynn-Gund Translational Research Award) สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (the National Institutes of Health)
มูลนิธิซีกเลอร์ (Ziegler Foundation) สถาบันการวิจัยดวงตา (Eye Research Institute) และมูลนิธิการวิจัยจอประสาทตา (Retina
Research Foundation)

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์สาธารณสุข มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน
http://www.med.wisc.edu/news-events/news/stem-cells-from-patients-make-early-retina-in-a-dish/31651
 

  • E-Newsletter
  • Copyright © 2008 THAIStemLife. All rights reserved.